Translate

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

ภาษาเขมรทั่วไป

หนังสือเรียน,សៀវភៅ​ (เซี่ยเฟา) 
อ่าน,អាន(อาน)
เขียน,សរសេរ (ซอเซร)
​วาด,គូរ(กูร)
รูปภาพ,រូបភាព(รูปเพียบ)
มหาวิทยาลัย,សាកលវិទ្យាល័យ(สากลวิทยาลัย)
ร้านอาหาร,ភោជនីយដ្ឋាន(โพชนียทาน)
พูด,​និយាយថា(นิเยือย)
ซื้อ,ទិញ(ติง)
เดิน,​ដើរ(เดิร)
โรงแรม,សណ្ឋាគារ(ซอนทาเกีย)
ธนาคาร,ធនាគារ(ทนาเกีย)
เงิน,ប្រាក់(ปรัก)
​เลข,លេខ(เลข)
สวยงาม,ស្រស់ស្អាត(สะอาด)

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

ประเทศกัมพูชา




กัมพูชา ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา (เขมร: ព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា พฺระราชาณาจกฺรกมฺพุชา "พระราชาณาจักรกัมพูชา")



อาณาเขต
เป็นประเทศตั้งอยู่ในส่วนใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทิศตะวันตกติดต่อกับประเทศไทย ทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับเวียดนาม และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดอ่าวไทย

ประชากร
ด้วยประชากรกว่า 14.8 ล้านคน กัมพูชาเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอันดับที่ 66 ของโลก ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งประชากรกัมพูชานับถือประมาณ 95% ชนกลุ่มน้อยในประเทศมีชาวเวียดนาม ชาวจีน ชาวจามและชาวเขากว่า 30 เผ่า เมืองหลวงและเมืองใหญ่สุด คือ พนมเปญ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของกัมพูชา
ราชอาณาจักรกัมพูชาปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ มีพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี มาจากการเลือกตั้งโดยราชสภาเพื่อราชบัลลังก์ เป็นประมุขแห่งรัฐ ประมุขรัฐบาล คือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ผู้ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ปกครองกัมพูชามาเป็นระยะเวลากว่า 25 ปี
ใน พ.ศ. 1345 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ปราบดาภิเษกตนเป็นพระมหากษัตริย์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิขะแมร์ อำนาจและความมั่งคังมหาศาลของจักรวรรดิขะแมร์ที่มีพระมหากษัตริย์ครองราชสมบัติสืบต่อกันมานั้นได้ครอบงำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากเป็นเวลากว่า 600 ปี กัมพูชาถูกปกครองเป็นเมืองขึ้นของประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งถูกฝรั่งเศสยึดเป็นอาณานิคมในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 กัมพูชาได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2496 สงครามเวียดนามได้ขยายเข้าสู่กัมพูชา ทำให้เขมรแดงขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งยึดกรุงพนมเปญได้ใน พ.ศ. 2518 กัมพูชาผงาดขึ้นอีกหลายปีให้หลังภายในเขตอิทธิพลสังคมนิยมเป็นสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชากระทั่ง พ.ศ. 2536 หลังจากหลายปีแห่งการโดดดี่ยว ชาติซึ่งเสียหายจากสงครามก็ได้รวมเข้าด้วยกันอีกครั้งภายใต้ระบอบราชาธิปไตยในปีเดียวกันนั้นเอง
ในการบูรณะประเทศหลังสงครามกลางเมืองนานหลายทศวรรษ กัมพูชามีความคืบหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรมนุษย์ ประเทศกัมพูชาได้มีหนึ่งในบันทึกเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 6.0% เป็นเวลานาน 10 ปี ภาคสิ่งทอ เกษตรกรรม ก่อสร้าง เสื้อผ้าและการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งได้นำไปสู่การลงทุนจากต่างชาติและการค้าระหว่างประเทศ ใน พ.ศ. 2548 มีการพบแหล่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติใต้น่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชา และเมื่อการขุดเจาะเชิงพาณิชย์เริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2556 รายได้จากน้ำมันสามารถมีผลต่อเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

เรียนรู้ ภาษาเวียดนาม รับประชาคมอาเซียน

เรียนรู้ ภาษาเวียดนาม รับประชาคมอาเซียน

เรียนรู้ ภาษาเวียดนาม รับประชาคมอาเซียน


ธงอาเซียน และสัญลักษณ์ของอาเซียน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ภาษาอาเซียน 10 ประเทศ ที่น่าเรียนรู้อีกหนึ่งภาษา คือ ภาษาเวียดนาม และวันนี้ทางกระปุกดอทคอมจะมานำเสนอ ภาษาเวียดนามเบื้องต้น รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พ.ศ. 2558 กัน ซึ่งเท่าที่ศึกษามานั้น พบว่า ภาษาเวียดนามเป็นภาษาที่เรียกได้ว่า ต่างจากภาษาที่เราเคยนำเสนอมาโดยสิ้นเชิง ทั้งภาษาเขมร ภาษาพม่า และภาษาลาว

สำหรับข้อแตกต่างที่ว่านั้นก็คือ ภาษาเขมร ภาษาพม่า ภาษาลาว ล้วนมีอักษรใช้เป็นของตัวเอง ต่างจากภาษาเวียดนามตรงที่ ใช้ตัวอักษรโรมัน ที่พัฒนาขึ้นมาจากมิชชันนารีชาวฝรั่งเศส และเพิ่มเครื่องหมายเสริมสัทอักษร เป็นวรรณยุกต์ หรือเรียกว่าอักษรโกว๊กหงือ โดยที่ก่อนหน้านี้ เวียดนามใช้ตัวเขียนจีนเป็นภาษาเขียนของภาษาเวียดนาม

ตัวอักษรของอักษรโกว๊กหงือ มีทั้งสิ้น 29 ตัวด้วยกัน แล้วตรงจุดนี้ก็เป็นข้อแตกต่างจากภาษาอื่น ๆ อีกแล้ว กล่าวคือ อักษร 29 ตัวนี้ เป็นการรวมกันของพยัญชนะและสระเข้าไปด้วย ส่วนวรรณยุกต์ของภาษาเวียดนาม มีทั้งหมด 6 ตัวด้วยกัน ถ้าเปรียบกับภาษาไทยก็มีส่วนคล้าย ดังนี้ เสียงสามัญ, เสียงตรีหรือเสียงจัตวา, เสียงเอก, เสียงตรีที่แบ่งเสียงเป็นสองช่วง, เสียงจัตวาต่ำ และเสียงสั้น

ด้านไวยากรณ์ในภาษาเวียดนาม จะมีการเรียงลำดับของประโยคเป็น ประธาน กริยา กรรม โดยลักษณะของภาษาจะคล้ายกับภาษาจีน คือเป็นรูปคำโดด เน้นการเรียงลำดับคำมากกว่าการผันคำ

ขณะที่สำเนียงท้องถิ่นของเวียดนาม มีทั้งสิ้น 3 สำเนียงหลัก ได้แก่ สำเนียงเวียดนามตอนเหนือ, สำเนียงเวียดนามตอนกลาง และสำเนียงเวียดนามตอนใต้

คำศัพท์ภาษาเวียดนามที่ใช้ในชีวิตประจำวันมี ดังนี้

ภาษาเวียดนาม หมวดทักทาย

ภาษาไทย ภาษาเวียดนาม
สวัสดีซิน จ่าว
ขอโทษซิน โหลย
ราตรีสวัสดิ์จุ๊บ หงู งอน
ลาก่อนตาม เบียด
พบกันใหม่แฮน กัพ ไล
สบายดีหรือบั๊ก โก แคว คง
คุณชื่ออะไรเติน อง ลา จี
ฉันรักเธออัน เอียว เอ็ม

ภาษาเวียดนาม หมวดการกิน

ภาษาไทย ภาษาเวียดนาม
หิวมากดอย หลำ
กระหายน้ำค้าด หลำ
อร่อยมากงอน หลำ

ภาษาเวียดนาม หมวดไม่สบาย

ภาษาไทย ภาษาเวียดนาม
ฉันไม่สบายโตย โอม
ฉันท้องเสียโตย บี ดี หง่วย

ภาษาเวียดนาม หมวดการซื้อของ

ภาษาไทย ภาษาเวียดนาม
ราคาเท่าไหร่บาว เยียว
ราคาแพงไปมัก กว๊า
ลดราคาได้หรือไม่เบิก เยียะ คอม

ภาษาเวียดนาม หมวดสถานที่

ภาษาไทย ภาษาเวียดนาม
สนามบิน เซิน ไบ
สถานีรถไฟเบ๋น แซ ตัค ซี่
ห้องน้ำยา เว ซิง
โรงแรมค้าก ซาน
ธนาคารเงิน ห่าง
สถานีรถประจำทางเบ๋น แซ

ทั้งหมดนี้ คือ ภาษาเวียดนามเบื้องต้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาษาที่อาจจะยากในการออกเสียงสำหรับคนไทย แต่ถ้าหากผู้อ่านศึกษาอย่างละเอียด เชื่อว่าภาษาเวียดนามก็จะง่ายเอง

ที่มา: http://aec.kapook.com/view53408.html

เรียนรู้ ภาษาลาวเบื้องต้น รับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เรียนรู้ ภาษาลาวเบื้องต้น รับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เรียนรู้ ภาษาลาวเบื้องต้น รับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ถ้าหากภาษาเขมรเป็นภาษาที่มีอิทธิพลกับภาษาไทยที่สุด ภาษาลาวก็นับว่าเป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาไทยที่สุดแล้ว คนไทยกับคนลาวสามารถติดต่อสื่อสารกันเข้าใจได้โดยง่าย แต่ถึงอย่างไร วันนี้เราจะมาเรียนรู้ภาษาลาวเพิ่มเติม เพื่อต้อนรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกัน

ในข้อเท็จจริงนั้น ภาษาลาวจะใกล้เคียงกับภาษาอีสานของไทยมากที่สุด หรือพูดได้ว่าเป็นภาษาเดียวกัน แต่ต่างสำเนียงเท่านั้น ทั้งนี้ ภาษาลาวจะมีทั้งหมด 6 สำเนียงใหญ่ ๆ ได้แก่


1. ลาวเวียงจันทน์ เป็นภาษาลาวที่เป็นภาษาราชการ ใช้ในพื้นที่ เวียงจันทน์, บอลิคำไซ

2. ลาวเหนือ ใช้ในพื้นที่ หลวงพระบาง, ไซยะบุลี, อุดมไซ

3. ลาวกลาง ใช้ในพื้นที่ คำม่วน, สะหวันนะเขต

4. ลาวใต้ ใช้ในพื้นที่ จำปาสัก, สาละวัน, เซกอง, อัตตะปือ

5. ลาวตะวันตก เป็นภาษาลาวที่ใช้ในภาคอีสานประเทศไทย

6. ลาวตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ในพื้นที่ คำม่วน, สะหวันนะเขด

สำหรับตัวอักษรลาว มีทั้งหมด 27 ตัวด้วยกัน ซึ่งชาวลาวจะเรียกว่า พยัญชนะเค้า แล้วก็มีพยัญชนะควบอีก 6 ตัว รวมเป็น 33 ตัว ส่วนสระก็มีทั้งหมด 29 ตัวด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความคล้ายคลึงกับอักษรไทยมาก สาเหตุมาจาก อักษรไทยและลาวมีวิวัฒนาการมาจากอักษรเทวนาครี ซึ่งเป็นอักษรที่ใช้ในอินเดียทางตอนเหนือนั่นเอง

ด้านวรรณยุกต์ของลาว จะมีวรรณยุกต์ทั้งหมด 6 ระดับด้วยกัน ตามพื้นที่ของภูมิศาสตร์ ได้แก่

1. Low (เอก)
2. Mid (สามัญ)
3. High (ตรี)
4. Rising (จัตวา)
5. High Falling (ใกล้เคียงกับโท)
6. Low Falling (โท)

ปิดท้ายด้วยคำศัพท์เบื้องต้นของภาษาลาว ดังนี้

หมวดคำทักทาย


สวัสดี พูดว่า สะบายดี
ขอบคุณ พูดว่า ขอบใจ
ขอโทษ พูดว่า ขอโทด
ฉันรักเธอ พูดว่า ข้อยฮักเจ้า
คุณชื่ออะไร พูดว่า เจ้าชื่อหยัง
ฉันชื่อพัชรินทร์ พูดว่า ข้อยชื่อพัชรินทร์
เป็นอย่างไรบ้าง พูดว่า สะบายดีบ่
ลาก่อน พูดว่า ลาก่อน
โชคดี พูดว่า โชกดี

หมวดคำสรรพนาม


ฉัน พูดว่า ข้อย
คุณ, ท่าน พูดว่า เจ้า
ฉัน (พูดกับผู้ที่อาวุโสกว่า) พูดว่า เฮา
ตัวเอง, เธอ (พูดกับคนที่สนิทสนม) พูดว่า โต
พ่อตา แม่ยาย พูดว่า พ่อเถ้า แม่เถ้า

หมวดการซื้อของ


เป็นเงินเท่าไร พูดว่า ถึกเท่าได๋
แพงมาก พูดว่า แพงหลาย
ไม่แพง พูดว่า บ่แพง
ลดได้หรือไม่ พูดว่า ลุดได้บ่
นี่อะไร พูดว่า อันนี้แม่นหยัง
นั่นอะไร พูดว่า อันนั้นแม่นหยัง

หมวดกีฬา


เตะฟุตบอล พูดว่า เตะบาน
ชกมวย พูดว่า ตีมวย
ออกกำลังกาย พูดว่า แอบกาย

หมวดอาหาร

อาหารเช้า พูดว่า เข้าเซ้า
อาหารกลางวัน พูดว่า ข้าวสวาย
อาหารเย็น พูดว่า ข้าวแลง

ทั้งหมดนี้ก็คือภาษาลาวเบื้องต้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยว่า เป็นภาษาที่มีคล้ายกับภาษาไทยมาก ซึ่งทางกระปุกดอทคอมก็หวังว่า ทางผู้อ่านจะสามารถนำไปใช้ได้จริง หลังจากเปิดประคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว

ยุทธศาสตร์การค้าเสรีของไทย

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic goals)
· เพื่อเพิ่มการส่งออก (Export expansion)
· เพื่อหาแหล่งเงินทุน และแหล่งออกไปลงทุน (Investment inflow and outflow)
· เพื่อหาแหล่งวัตถุดิบ (Resource-seeking) เพื่อลดต้นทุน
· เพื่อหาแนวทางพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยี (Human Resource & Technology Development)
แนวทางการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของไทย ปี 2552-2556 (รายละเอียด)
· การเจรจาระดับพหุภาคี ร่วมผลักดันให้การเจรจารอบโดฮาสำเร็จโดยเร็ว
· การเจรจาระดับภูมิภาค ให้ความสำคัญกับการเจรจาร่วมกับอาเซียนเป็นลำดับแรก ทั้ง ASEAN Economic Community (AEC) และการเจรจา FTA ของอาเซียนกับคู่เจรจา (ASEAN FTA)
· การเจรจาระดับทวิภาคี
1) ให้ความสำคัญกับการเจรจาที่ค้างอยู่ โดยประเมินประโยชน์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมปรับตัวรองรับ
2) เจรจากับประเทศใหม่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ GCC Mercosur และชิลี
3) สร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศที่มีศักยภาพ เช่น รัสเซีย แอฟริกาใต้ เป็นต้น
โครงการศึกษายุทธศาสตร์การทำ FTA ของไทย
 ที่มา : กรมการค้าเจรจาระว่างประเทศ

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556

คู่มือ AEC จากภาครัฐ

คู่มือ AEC จากภาครัฐ

- ถนนสู่ AEC เพื่อ SMEs ไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
-การใช้สิทธิพิเศษทางการค้าสินค้า SME กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
-คู่มือการลงุทนใน CLMV (Thai Garment Manufacturers Association)
- ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ฉบับเกษตรกร) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ฉบับประชาชน) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- ถาม-ตอบ รอบรู้ AEC 360 ° กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- AEC ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- ฉันและเธอ เราคืออาเซียน (การ์ตูน) กรมประชาสัมพันธ์
- กฎบัตรอาเชียน Asean Summit
- การสร้าง AEC สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
- ประเทศไทยกับอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์
- AEC Fact Book (ยุทธศาสตร์ AEC) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- Sensitive List (รายการสินค้าอ่อนไหว เวอร์ชั่นภาษาไทย) ASEAN Website
คู่มือการค้าการลงทุนในประเทศต่างๆในอาเซียนทั้ง 8 ประเทศ จากกรมส่งเสริมการส่งออก
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศพม่า
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศกัมพูชา
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศอินโดนีเซีย
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศลาว
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศมาเลเซีย
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศฟิลิปปินส์
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศสิงคโปร์
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศเวียดนาม
- คู่มือการค้าการลงทุนประเทศอินเดีย


ที่มา : http://www.thai-aec.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-aec-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90#ixzz2Re1Ve8h8

AEC Blueprint

AEC Blueprint

สำหรับเสาหลักการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรีขึ้นต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จัดทำพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสร้างพันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
อาเซียนได้กำหนดยุทธศาสตร์การก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่สาคัญดังนี้
1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
2.การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน และ
4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
โดยมีรายละเอียดแยกตามหัวข้อดังนี้
1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยอาเซียนได้กำหนดกลไกและมาตรการใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว เร่งรัดการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในสาขาที่มีความสาคัญลำดับแรก อำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคคล แรงงานฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกสถาบันในอาเซียน
การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน มี 5 องค์ประกอบหลัก คือ
(1) การเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี
(2) การเคลื่อนย้ายบริการเสรี
(3) การเคลื่อนย้ายการลงทุนเสรี
(4) การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีขึ้น
(5) การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี
ทั้งนี้ อาเซียนได้กำหนด 12 สาขาอุตสาหกรรมสำคัญลำดับแรกอยู่ภายใต้ตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน ได้แก่ เกษตร ประมง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ไม้ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ การขนส่งทำงอากาศ สุขภาพ e-ASEAN ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ รวมทั้งความร่วมมือในสาขาอาหาร เกษตรและป่าไม้
การเป็นตลาดสินค้าและบริการเดียวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค และเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยประเทศสมาชิกได้ร่วมกันดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของอาเซียน
ได้แก่ยกเลิกภาษีศุลกากรให้หมดไป ทยอยยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี ปรับประสานพิธีการด้านศุลกากรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนธุรกรรม เคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี นักลงทุนอาเซียนสามารถลงทุนได้อย่างเสรีในสาขาอุตสาหกรรมและบริการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเปิดให้ เป็นต้น
2. การเป็นภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขัน
เป้าหมายสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน คือ การสร้างภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีความเจริญรุ่งเรือง และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันมี 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) นโยบายการแข่งขัน (2) การคุ้มครองผู้บริโภค (3) สิทธิในทรัพย์สินทำงปัญญา (IPR) (4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (5) มาตรการด้านภาษี (6) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประเทศสมาชิกอาเซียนมีข้อผูกพันที่จะนำกฎหมายและนโยบายการแข่งขันมาบังคับใช้ภายในประเทศ เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันและสร้างวัฒนธรรมการแข่งขันของภาคธุรกิจที่เป็นธรรม นำไปสู่การเสริมสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคในระยะยาว
3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน มี 2 องค์ประกอบ คือ (1) การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) (2) ความริเริ่มในการรวมกลุ่มของอาเซียน (Initiatives for ASEAN Integration: IAI) ความริเริ่มดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดช่องว่างการพัฒนา ทั้งในระดับ SME และเสริมสร้างการรวมกลุ่มของกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ให้สามารถดาเนินการตามพันธกรณีและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน รวมทั้งเพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
อาเซียนอยู่ในท่ามกลำงสภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่อระหว่างกันและมีเครือข่ายกับโลกสูง โดยมีตลาดที่พึ่งพากันและอุตสหกรรมระดับโลก ดังนั้น เพื่อให้ภาคธุรกิจของอาเซียนสามารถแข่งขันได้ในตลาดระหว่างประเทศ ทำให้อาเซียนมีพลวัตรเพิ่มขึ้นและเป็นผู้ผลิตของโลก รวมทั้งทำให้ตลาดภายในยังคงรักษาความน่าดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อาเซียนจึงต้องมองออกไปนอกภูมิภาค
อาเซียนบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยดำเนิน 2 มาตรการคือ (1) การจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) และความเป็นหุ้นส่วนทำงเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด (CEP)กับประเทศนอกอาเซียน (2) การมีส่วนร่วมในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก


ที่มา : http://www.thai-aec.com/aec-blueprint#ixzz2Re0u72cJ